วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

พายุ‘โมลาเบ’ จ่อเข้าไทย ทำฝนตกวงกว้างโดยเฉพาะอีสาน

 







เตือนผู้อ่านทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ พายุ มาเเล้วครับ
ภาคอีสาน  เขาว่าหนัก ผู้เขียนอยู่จังอุบลราชธานี 
ลมเย็นๆ ไม่เเรงมากเท่าไหร่ ฝนตกเบาๆ เเต่คาดว่าจะช่วงคืนนี้ฝนจะมาเเน่นอน
มาดูประกาศกันดีกว่าครับ 
.........
ประกาศจากรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทย
"พายุไต้ฝุ่น “โมลาเบ” (พายุระดับ 5) 

ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2563 วันนี้นะครับ

    วันนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (28 ตุลาคม 2563) พายุไต้ฝุ่น “โมลาเบ” (พายุระดับ 5) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกวางงายประเทศเวียดนามแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 14.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.0 องศาตะวันออก ห่างจากทางด้านตะวันออก ของจังหวัดอุบลราชธานีประมาณ 400 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัว มาทาง

        ทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน (พายุระดับ 3) ก่อนเคลื่อนเข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานีในคืนนี้ (28 ตุลาคม 2563) ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่

        และมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง สำหรับลมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ส่งผลทำให้ภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรง

        จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากมีดังนี้

        ในช่วงวันที่ 28-29 ตุลาคม 2563

        ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ พะเยา ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร

        ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

        ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร

        รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

        ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด

        ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

       

        จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักมีดังนี้ ที่ต้อระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ 

        ในวันที่ 30 ตุลาคม 2563

        ภาคเหนือ: จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร

        ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี

        ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่

        ตรัง และสตูล

       


        ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

        สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน

        มีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

       นอกจากนี้อยากให้ทุกคนดูข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ตลอดช่วงนี้ หรือจะเข้าไปที่เวปได้เลย

        ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

       



        ประกาศ ณ วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.

        กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 17.00 น.

ขอบคุณข้อมูลดีจาก

       

ขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.tmd.go.th 

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ครั้งหนึ่งต้องได้ขอพร


    เป็นอีกวันที่เราต้องมาไหว้พระทำบุญรวมถึง ขอพร ให้ครอบครัวเเละคนรอบข้างให้มีความสุขรวมถึงผู้อ่านบทความนี้ เช่นเดียวกัน 
..

ได้มาที่จัวหวัดนครพนม ต้องมาที่พระธาตุพนม เพื่อมาไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้คุ้มครองให้มีความสุขเเละปลอดภัยจากอันตรายทั้งปรวง
อากาศไม่ร้อนไม่หนาวจนเกิดไป บอกเลยมาที่นี้ ทีไร ทำให้ตัวเองมีพลังทุกครั้ง เพราะเป็นอีก หนึ่งสถานที่ หลายคนมาเเล้ว รู้สึกเหมือนกันไหน?

พระธาตุพนม สถานที่ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง  ไทย-ลาว ณ วัดพระธาตุพนมวรมาหาวิหาร อำเภอธาตุพนม เป็นพระธาตุประจำของเกิดปีวอก และคนเกิดวันอาทิตย์ เเละจะมีรอบทั้ง 12 ปีนักษัตร ได้แก่ ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ และกุน ชื่อกันว่า ถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” ได้รับอานิสงค์บุญบารมี มีคนเคารพนับถือ ชีวิตดี เจริญรุ่งเรือง จริงๆ สาธุ สาธุ

การทำบุญที่จะได้ผลในสิ่งที่เราได้ขอพรมา ต้องมีบทสวดขอพรด้วยนะครับทุกคน

นี้คือบทคาถา เเละการบูชา พระธาตุพนม
การบูชา : ข้าวตอก ข้าวเหนียวปิ้ง น้ำอบ ดอกไม้สีแดง ธูป 6 ดอก เทียน 2 เล่ม
คาถาบูชา : ท่องคาถาประจำวันเกิดว่า อะ วิช สุ นุต สา นุส ติ 
ใครไปก็จะเห็นบทสวด รอบๆ พระธาตุพนมเช่นกัน
..
เเละมีหลายๆ มุมหลายๆ จุด ที่สามารถถ่ายรูปเก็บไว้ดูในวันเก่าได้ เตือนความทรงจำ เพราะหลายคนที่มาที่นี้ต้องหาจุด ถ่ายรูป  เเละโพสลง facebook และเเชร์เก็บเอาไว้ ทำให้เรารู้สึกดี ในการมาทำบุญในทุกๆครั้ง อีกด้วย เเละผมจะพาไปดูมุมสวยๆกันนะครับ ที่ผมถ่ายเอาไว้  

ถ่ายจากทางออกมุมนอกพระธาตุ ตรงนี้จะสามารถจุดธูปเเละวางธุปเทียนได้เลย ใครมาเเล้วอย่าลืมไปถ่ายภาพเก็บไว้ดูด้วยนะครับ

วัดพระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดนครพนม

เป็นภาพถ่ายจากมือถือของผมเองสวยไม่สวยบอกกันได้ นะครับผม
ยังไม่หมดเท่านี้ครับ  ยังมาภาพให้ชมกันอีก

เป็นภาพที่สวยงามเเละทรงพลังมาก ๆ

ทุกคนเห็นโชค เหมือนผมไหมในภาพนี้ บอกเลยจะเป็นตัวเเทนพญานาคไหม เพราะไม่หลบกล้องที่ผมถ่ายเลย หรือ ท่านมาให้โชคผม  ผมเลยขอพรให้มีความสุขสมหวัง ค้าขายได้ทุกช่องทางเงินทองเข้ามาทุกทิศทาง  เพื่อนๆ สามารถ ขอได้กับภาพนี้เลยนะครับ  สาธุบุญไปพร้อมกัน  สาธุ สาธุ สาธุ บุญ


การเดินทางไปจังหวัดนครพนม

         - เครื่องบิน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยเครื่องบินจากท่าอากาศยานดอนเมืองหรือจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาลงที่ท่าอากาศยานนครพนม โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที นักท่องเที่ยวสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการบินที่ให้บริการได้ที่ http://minisite.airports.go.th/nakhonphanom/ หรือสายการบินนกแอร์ที่ให้บริการเที่ยวบิน ไปจังหวัดนครพนมทุกวัน สอบถามรายละเอียด โทร. 1318, 0-2900-9955 หรือที่ www.nokair.com

             - รถยนต์ จากทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร มุ่งสู่จังหวัดนครพนม ระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง 40 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร

             - รถโดยสารประจำทาง เป็นบริการขนส่งสาธารณะที่เป็นที่นิยมเพราะมีผู้ให้บริการมาก ทั้งยังมีจำนวนรอบและเวลาให้เลือกได้ตามสะดวก นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ไปลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครพนม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2936-2852-66 และ โทร. 0-4251-1403 (นครพนม) สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อบริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. 0-4252-0411 และบริษัท เชิดชัย ทัวร์ จำกัด โทร. 0-4251-2098, 08-6225-6063 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางเวลา ราคาตั๋ว และจองออนไลน์ได้ที่ https://www.busticket.in.th หรือ https://www.thairoute.com/ หรือโทร. Call center 1490, 0-2872-1777 และ Line ID: @bus999



การเดินทางไปวัดพระธาตุพนม

 - รถยนต์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถยนต์จากสถานีขนส่งจังหวัดนครพนมไปยังพระธาตุพนม ระยะทางประมาณ 54.8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หากมาจากท่าอากาศยานนครพนม ระยะทางประมาณ 69 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 55 นาที

  - รถบริการสาธารณะ ภายในจังหวัดนครพนมยังไม่มีรถโดยสารหรือรถสองแถวประจำทาง มีเพียงรถสามล้อเครื่องหรือรถสกายแล็ปเท่านั้น ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน ส่วนใหญ่จะเริ่มที่ราคา 20 บาทแล้วแต่ระยะทาง 


เวลาทำการเปิด – ปิด

           เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 20.00 น. 

 นักท่องเที่ยวที่สนใจไปเที่ยวชม วัดพระธาตุพนม สามารถศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

                       วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ประเทศไทย

                (Wat Phra That Phanom, Nakhon Phanom Province, Thailand)

                       ระดับความนิยม : 5 ดาว

                       อัตราค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

                       เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 น. – 20.00 น.

                       ตั้งอยู่ที่ : ถนนชยางกูร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

                       โทรศัพท์ : (+66) 042-540-150

                       เว็บไซต์ : http://www.watthat.com/

                       ข้อมูลอื่นๆที่ควรรู้ : พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com

                                       ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวในนครพนม http://www.nakhonphanom.go.th/

                                       ศูนย์ข้อมูลการเดินทางในนครพนม http://www2.nakhonphanom.go.th/content/cate/3

ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยวประเทศไทย https://thai.tourismthailand.org 

..

ต้องได้มาเที่ยวชมสักครั้งในชีวิตนะครับ หวังว่า เพื่อนๆ จะส่งภาพสวยๆ มาอวดผมด้วยนะ  เเล้วผมจะรอภาพจากเพื่อนๆ ด้วยเช่นกัน
..

ติดตามพูดคุยกันได้ ช่องทางนี้เด้อ  จ้า 

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เปิดประวัติ เบียร์ พร้อมพงษ์ นักร้องเสียงดี 2020

นักร้องคุณภาพ2020 เบียร์ พร้อมพงษ์


เป็นอีกหนึ่งศิลปินวงการลูกทุ่งเมืองไทย ที่ทุกคนต้องรู้จัก เบียร์ พร้อมพงษ์  นักร้องเสียงดี  ดีกรี พระเอง
ในอนาคตด้วยเช่นกัน เพราะเขามีผลงาน เยอะมากในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลงานเพลง ผลงานการแสดง บอกเลยงานปังปุริเย มากแม่เจ้า..

สุดติ่งกระดิ่ง มาก   ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้จักเขามากขึ้นไปฟังคลิปนี้  บอกเลยฟังแล้วจะหลงรักผู้ชายที่ชื่อ
ว่า เบียร์ พร้อมพงษ์ จริง ๆ

..


ประวัติแบบเบา ๆ เรียกน้ำจิ้ม

..

เบียร์ พร้อมพงษ์ เป็นอีกหนึ่งคนที่มีใจรักในการร้องเพลง แต่ด้วยฐานะยากจน ก่อนจะเข้าเป็นนักร้องสังกัดดังเต็มตัว เบียร์ ผ่านงานมาหลายอย่าง อาทิ กรรมกร ทำงานก่อสร้าง ติดตั้งกระจกอะลูมิเนียม รับจ้างทำไร่อ้อย และทำนา และในช่วงอายุ 15-16 ปี เบียร์ เดินสายรับจ้างร้องเพลง เบียร์ ร้องเพลงได้ทุกแนว ทั้งหมอลำ ลูกทุ่ง อินดี้ สตริง ลูกทุ่งอีสาน พร้อมกับได้ร่วมเข้าประกวดร้องเพลง เริ่มจากระดับอำเภอ ต่อมาก็ระดับจังหวัด แต่ไม่เคยชนะเลิศ ไม่เคยได้รางวัลอะไรเลย แต่ว่าการที่เขาร้องเพลงรับจ้าง ที่บ้านก็มีเงินมาจุนเจือครอบครัวมากยิ่งขึ้น

และความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อเขาได้เข้ามาประกวดกับรายการศึกวันดวลเพลง ซึ่งในการประกวดครั้งนั้น เบียร์ ครองแชมป์ถึง 18 สมัย และเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้แชมป์ 18 สมัย พร้อมเงินสดที่ได้รับ แต่ใช่ว่าความฝันจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ นับจากเวลาที่ได้แชมป์ ผ่านไป 1 ปี เบียร์ พร้อมพงษ์ ยังไม่มีซิงเกิลเป็นของตัวเอง พร้อมกับยังไร้วี่แววในการเซ็นสัญญากับค่ายเพลงลูกทุ่งยักษ์ใหญ่ แกรมมี่โกลด์ และในปี 2561 ความฝันก็เป็นจริง เมื่อ เบียร์ พร้อมพงษ์ ได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับแกรมมี่โกลด์
...

"เบียร์ พร้อมพงษ์" แชมป์ 18 สมัยจากรายการศึกวันดวลเพลง ชีวิตพลิกผันไปจากเดิมยิ่งกว่าฟ้ากับเหว หลังจากประสบความสำเร็จกับการประชันลูกคอ จากที่เคยปากกัดตีนถีบกับการเป็นกรรมกร ทำงานก่อสร้าง ติดตั้งกระจกอะลูมิเนียม รับจ้างทำไร่อ้อย และทำนา เมื่อปีก่อน ตอนนี้โอกาสสู่ดวงดาวเปิดกว้าง ค่ายเพลงลูกทุ่งยักษ์ใหญ่อย่างแกรมมี่ โกลด์ อ้าแขนรับเป็นศิลปินในสังกัด และกำลังมีเรตติ้งดีวันดีคืนกับผลงานเพลงแค่อ้ายหวั่น, ฝ้ายผูกแขนเปื้อนเหงื่อ และเพลงบวชแทนพระคุณ



#pradapazab 

#เม้าท์มอยคนดังออนไลน์

#เบียร์พร้อมพงษ์

อ่านต่อได้ที่ https://board.postjung.com/1245478

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ลิ้นมังกร ต้นไม้ประดับยืดชีวิต

 


                 ลิ้นมังกร ต้นไม้ประดับยืดชีวิต

เรามาทำความรู้จัก เจ้าต้นลิ้นมังกรกันดีกว่า  วันนี้มาสายสุขภาพเพื่อให้เพื่อนๆ ที่รักการปลูกไม้ดอกไม้ประดับปลูกต้นไม้ เป็นชีวิตจิตใจ  เลยที่เดียว
..

ลิ้นมังกร ชื่อสามัญ Dragon’s Tongue

ลิ้นมังกร ชื่อวิทยาศาสตร์ Sauropus changiana S.Y.Hu. จัดอยู่ในวงศ์ EUPHORBIACEAE


สมุนไพรลิ้นมังกร ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกว่า เหล่งหลี่เฮียะ เหล่งจิเฮี้ย (จีน-แต้จิ๋ว), หลงลี่เยียะ หลงซื่อเยียะ (จีนกลาง) เป็นต้น

เรามีเรื่องจะบอกจ้า   นอกจากนี้ยังมีลิ้นมังกรอีกชนิด ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sauropus rostratus Miq. (เข้าใจว่ามาจากประเทศจีน) ตามตำราสมุนไพรระบุว่ามีสรรพคุณใกล้เคียงกัน สามารถนำมาใช้แทนกันได้ และลิ้นมังกรที่กล่าวถึงในบทความนี้นะทุกคน  เป็นพรรณไม้คนละชนิดกันกับต้นลิ้นมังกร (บ้างเรียกว่า ลิ้นแม่ยาย หรือลิ้นมังกรทอง) ชนิดที่มีชื่อสามัญว่า Mother-in Law’s Tongue, Snake plants (เข้าใจว่าชื่อวิทยาศาสตร์ของชนิดนี้ คือ Sansevieria) ซึ่งชนิดนี้จะใช้ปลูกเป็นไม้ประดับเป็นหลัก


ลักษณะของลิ้นมังกร ที่ทุกคนต้องรู้ ถ้ารู้แล้ว จะหลงรักต้นนี้บอกเลย คุณเป็นคนหนึ่งใช่ไหมที่ชอบเช่นเดียวกัน
บ้านผมปลุกเยอะเลยตอนนี้ เพราะ ให้น้ำไม่เยอะ 3-4 วันให้น้ำ 1 ครั้งก็ยังไม่ตาย บอกเลยจริง ๆ

·         ต้นลิ้นมังกร จัดเป็นไม้กลางแจ้งยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 1-1.5 ฟุต ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง คองอเล็กน้อย และมีขนสั้น ๆ ปกคลุมอยู่ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำและวิธีการเพาะเมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินชุ่มชื้นระบายน้ำดี เช่น ดินปนทรายหรือดินร่วนปนทราย ดีนะดินที่บ้านผม เป็นดินทั้งสองแบบเลยปลูกง่าย

 

·     ใบลิ้นมังกร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันไปตามข้อต้น ลักษณะของใบเป็นรูปไข่หรือรูปมนรี ปลายใบมน โคนใบสอบแหลมเข้าหาก้านใบ ส่วนขอบใบเรียบ หลังใบเป็นสีเขียวเข้มลาย ตามเส้นใบและท้องใบเป็นสีเขียวนวลหรือเขียวอ่อน เส้นโคนใบมีขนแล้วแต่พันธุ์และชนิดอีก บางพันธุ์ ใบออกสีเหลืองปนเขียว สวยคนละแบบจ้า ชอบแบบไหนก็หามาปลูกได้เลยจ้า เพระได้ทั้งความสวยงามและดูแลสุขภาพจิตใจของเราด้วยถือว่าผ่าน

   ดอกลิ้นมังกร ออกดอกเป็นช่อหรือออกเป็นกระจุกตามซอกใบและลำต้น ซึ่งดอกจะเรียงติดกันเป็นแถวสั้น ๆ คล้ายช่อดอก แต่จะแยกออกเป็นดอกเพศผู้และดอกเพศเมีย ดอกมีขนาดเล็กมีสีแดงม่วงหรือสีม่วงเข้ม ดอกหนึ่งมี 6 กลีบ ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปกลมรีมีเนื้อหนา ดอกมีเกสรเพศผู้ 3 อัน และเกสรเพศเมีย 3 อัน


   ผลลิ้นมังกร ลักษณะของผลคล้ายกับเม็ดถั่ว มีก้านสั้น ๆ ผลจะถูกกลีบเลี้ยงที่ขยายตัวหุ้มเอาไว้

 


สรรพคุณทางยาของลิ้นมังกร เขาไม่ได้มาเล่น ๆ นะจ้า

1. ใบมีรสจืด เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อปอด 

ใช้เป็นยาแก้ปอดร้อน ช่วยทำให้ปอดชุ่มชื่น (ใบ)

2. ดอกสดนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อักกระอักเลือด และไอเป็นเลือด หรือจะใช้ใบสด 10-15 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน หรือผสมกับสันเนื้อหมูต้มกับน้ำแกงรับประทานก็ได้ (ใบ,ดอก)

3.ช่วยแก้อาการไอมีเสลดเหนียว หรือไอแห้ง ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 7-8 ใบ และผลอินทผลัม 7 ผล นำมาต้มกับน้ำรับประทาน หรือถ้าเป็นใบแห้งให้ใช้ประมาณ 15 กรัม นำมาต้มผสมกับเนื้อหมูแล้วทานแต่น้ำ (ใบ)

4.ใบมีรสสุขม สรรพคุณเป็นยาแก้เจ็บคอ แก้ไอแห้ง ไอร้อน ไอหอบหืด ไอเป็นเลือด แก้เสียงแหบแห้ง ไม่มีเสียง ให้ใช้ใบสดประมาณ 7-8 กรัม หรือใบแห้งประมาณ 10-30 กรัม นำมาต้มรับประทาน (ใบ)

5. ช่วยขับเสมหะ (ใบ)

6. ช่วยแก้หลอดลมอักเสบ หอบหืด หรือโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบน ให้ใช้ใบสดประมาณ 7-8 ใบ หรือใบแห้งประมาณ 15 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ใบ)

7.ช่วยบำรุงปอด ด้วยใช้ใบสดประมาณ 7-8 กรัม หรือใบแห้งประมาณ 10-30 กรัม นำมาต้มรับประทาน (ใบ)

8. ช่วยลดความดันโลหิต ด้วยการใช้ต้นลิ้นมังกรทั้งต้น (รวมราก) นำมาล้างให้สะอาด ใส่ลงในหม้อต้มกับน้ำ 2-3 ส่วน แล้วต้มเคี่ยวจนเหลือน้ำ 1 ส่วน (ต้มจนเดือดประมาณ 20 นาที) จะผสมกับน้ำตาลกรวดเพื่อเพิ่มรสชาติด้วยก็ได้ โดยใช้กินครั้งละ 1 แก้ว เช้า กลาง และเย็น (จะกินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้) จะทำให้มีอาการดีขึ้นและควบคุมได้ (ทั้งต้น)

9.ช่วยแก้อาการท้องผูก (ใบ)

10.ใบสดนำมาตำหรือขยี้ใช้เป็นยาทาหรือพอกแก้พิษร้อนอักเสบ (ใบ)

หมายเหตุ : การนำใบมาใช้เป็นยาต้องเก็บมาจากต้นที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว  ส่วนวิธีการใช้ตาม  ให้ใช้ใบสดครั้งละ 15-30 กรัม หรือถ้าเป็นใบแห้งให้ใช้ครั้งละ 10-15 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน หรือจะใช้เข้ากับตำรายาอื่น ๆ ก็ได้ตามต้องการ

 


ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของลิ้นมังกร

· พืชชนิดนี้มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้

 

ประโยชน์ของลิ้นมังกร

· ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ ไม้ขอบรั้ว หรือตามทางเดินทั่วไป

· ใช้ปลูกฟอกอากาศ ให้เราได้จ้า ปลูกไว้ในบ้าน หรือ ในห้องนอน

บอกเลยเป็นอะไรที่คุ้มค่าในการปลุกอย่างแน่นอน เพื่อนๆคนไหนที่กำลังจะปลูกต้องรีบหามาปลูกแล้ว

 

การขยายพันธุ์
ลิ้นมังกร สามารถขยายพันธุ์ได้ 4 วิธี คือ
1. วิธีการเพาะเมล็ด เกิดจากการผสมพันธุ์ของดอกลิ้นมังกร ซึ่งอาจเกิดจากการผสมในต้นเดียวกันหรือเกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ การขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับการพัฒนาสายพันธุ์
ใหม่ๆ เนื่องจากการผสมข้ามสายพันธุ์และการกลายพันธุ์ของต้นที่เกิดจากเมล็ด จะมีพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรเช่นเดียวกับการคัดเลือกสายพันธุ์ชนิดอื่นๆ

วิ2.วิธีการแยกหน่อ 

เเมื่อถึงอายุที่เหมาะสมลิ้นมังกรจะมีการแตกหน่อจากหัวใต้ดินออกมาอย่างต่อเนื่อง ผู้ปลูกเลี้ยงสามารถขุดหัวแล้วแยกหน่อขยายพันธุ์ การขยายพันธุ์วิธีนี้ใช้ระยะเวลาไม่นานและต้นลูกที่ได้จะมีลักษณะเหมือนกับต้นแม่ทุกประการ จึงเหมาะแก่การขยายพันธุ์ในเชิงการค้า

 3.วิธีการปักชำใบ

- โดยการตัดใบลิ้นมังกรออกเป็นชิ้นหรือท่อน และสามารถนำไปปักลงวัสดุเพาะปลูกได้ทันที ในบางสายพันธุ์การขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้เมื่อใบปักชำเจริญเติบโตและแตกหน่อออกมา ต้นลูกที่ได้จะมีลักษณะผิดเพี้ยนไปจากต้นแม่ จึงไม่เหมาะที่จะนำมาขยายพันธ์ุในเชิงการค้า อีกทั้งรากอ่อนที่เพิ่งแตกออกมาจากใบที่ปักชำมักถูกทำลายด้วยแมลงปีกแข็งที่อยู่ใต้ดินได้ง่าย

วิ5.วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 

ลิ้นมังกรเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่สามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ แต่ยังคงมีอุปสรรคในเรื่องความสม่ำเสมอของการเจริญเติบโต และเปอร์เซ็นต์ความอยู่รอดที่ต่ำ จึงไม่เหมาะแก่การขยายพันธุ์ในเชิงการค้า


คนโบราณ มีความสวยงาม ปลูกง่ายเลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพอากาศ เหมาะปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเรือน หรืออาคาร เป็นพืชใบประดับที่มีลำต้นเป็นหัวหรือเหง้าอยู่ในดิน



ติดตามพูดคุยกันได้ ช่องทางนี้เด้อ  จ้า 

Facebook : facebook.com/Pradapazab

Email : incomephoto@gmail.com

Line : suvaphat9 

youtube:pradapazab

youtube: prada pa rewie


อย่าลืมเข้ามาเป็นเพื่อนกันเยอะๆ นะจ้า เพื่อนๆ ปราด้ารอทุกคนอยู่นะ


วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563

รีวิว สูตรรักษาฝ้า เร่งด่วน ทำได้ที่บ้านไม่ต้องเรเซอร์

 


    รีวิว สูตรรักษาฝ้า เร่งด่วน ทำได้ที่บ้านไม่ต้องเรเซอร์  ให้เปลืองตังค์ในกระเป๋า ปัญหากวนใจของสาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายๆคน
ที่อยากมีหน้าใส ไร้สิวฝ้า บอกเลยบทความนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอน

      สวัสดีครับทกคน วันนี้อากาศกำลังดี และนั่งทำงาน ฟังเสียงนกร้องไปด้วย แสงแดด อ่อนๆ กำลังจะจางหายไปในเช้านี้

เลยอยากมากแนะนำสูตรเด็ดสูตรลับสำหรับหลาย ๆ คนที่กำลังมองหา การรักษาฝ้า ไม่ว่าจะเป็น ฝ้า แดด ฝ้าลม ฝ้าเลือด ฝ้าถาวร หรือจะฝ้าไหน ๆ สูตรนี้เอาอยู่แน่นอน ถ้าทำตาม และทำเป็นประจำ โดยที่คุณผู้อ่านไม่เบื่อไปเสียก่อน ความสวยหล่อ ต้องเอาใจใส่แบบละเอียดนะรู้ยัง วันนี้ปราด้าจะมารีวิว ให้ทุกคน ทำตามสูตรรักษาฝ้าแบบเร่งด่วนไปพร้อม ๆกัน  ถ้าพร้อมแล้วเรามาลุยกันเลย 



     อยากให้ทุกคนเตรียม กระปุก หรือ ตลับ เพื่อจะนำมาผสมสูตรรักษาฝ้า  ต้องสะอาดล้างให้สะอาดด้วยนะเดียวเชื้อโรคติดไปด้วยละโรค ยิ่งเยอะยุคนี้  อิอิ   
เตรียมมะนาว  2ชิ้นไว้ก่อนเลยจ้า  เตรียมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ยี่ห้อไหนก็ได้  ส่วนเราใช้ แบรนด์นี้  lampcoco


มาดูวิธีผสม ในการรักษาฝ้า แบบเร่งด่วนกันดีกว่า บีบน้ำมะนาวใส่ตลับที่เตรียมไว้เลย

ประโยชน์ของมะนาวต่อผิวพรรรณ

รักษาสิว เนื่องจากผลไม้ตระกูลส้มประกอบด้วยกรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acid) ที่เมื่อทาลงบนผิวหนังจะช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายและลดการอุดตันของรูขุมขน รวมทั้งอาจทำให้แผลเป็นที่เกิดจากสิวดูดีขึ้น การนำน้ำมะนาวมาใช้ทาหน้าจึงกลายเป็นเคล็ดลับรักษาสิวที่ง่ายและใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งก็มีผลการวิจัยหนึ่งชี้ว่าการทาน้ำมะนาวเหลืองที่มีความเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ 40 เปอร์เซ็นต์ 60 เปอร์เซ็นต์ 80 เปอร์เซ็นต์ และ100 เปอร์เซ็นต์ มีประสิทธิภาพในการฆ่าแบคทีเรียพี แอคเน่ (Propionibacterium Acnes) ตัวการหลักของการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี

    นอกจากนี้ งานวิจัยใกล้เคียงที่ศึกษาพบคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบของผลไม้ตระกูลส้ม ซึ่งอาจช่วยต่อต้านโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบทั้งหลาย รวมถึงการอักเสบของสิวไปด้วย อย่างไรก็ดีการศึกษาทั้งหมดที่มียังถือว่าน้อยมาก ไม่อาจยืนยันได้ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย ผู้ที่สนใจลองเคล็ดลับนี้ควรทำตามอย่างระมัดระวัง เพราะการทามะนาวลงบนผิวอาจกระตุ้นให้ผิวไวต่อแสงแดดได้

ผิวขาวใส จากการที่มะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดจึงมีการนำมาใช้ขัดผิวเพื่อให้ผิวขาวใสขึ้น ทั้งนี้ประโยชน์ของมะนาวในด้านนี้ก็ไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่แนะนำเช่นกัน จะได้ผลหรือไม่ก็อาจสามารถทดลองด้วยตนเอง แต่ต้องแน่ใจว่าทำอย่างเหมาะสมและคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย  นี้แค่ตัวแรก นะจ้าทุกคน  มันดีงามมากบอกเลย   เตรียมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นอีก 2ปั้ม ลงในตลับที่มีน้ำมะนาวเลยจ้า

..

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติเป็นสารรักษาความชุ่มชื้น รักษาอาการผิวแห้ง แตก ลอก เป็นขุย
ลดอาการผื่นแพ้ แสบคันตาม
ผิวหนัง
 จึงช่วยให้ผิวนวลเนียน อีกทั้งช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวทาแก้ผิวไหม้แดด อาการแสบร้อนจะบรรเทาลง

เหมือนกับเราจะรักษาฝ้าก็เป็นการดูแลผิวได้อย่างล้ำลึกจ้า

 








หลังจากนั้น ผสมให้เข้ากัน  นำไปแช่ตู้เย็น  5นาที ให้น้ำมะนาวและน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เกิดไข แล้ว นำออกมา ให้มันแตกตัวด้วยการขนให้เข้ากันให้เกิดเป็นน้ำ แล้วนำมาทาบนผิวหน้าจะสัมผัสได้ว่า เย็นผิวมากๆ นวดขัดได้เลย

หรือใครที่ทำก่อนนอน ก็สามารถทาทิ้งไว้ จนถึงเช้าแล้วคอยล้างออกจ้า  ถ้าอยากให้เห็นผลเร่งด่วน ทำอาทิตย์ละ 3ครั้ง

เพียงเท่านี้คุณจะหมดปัญหาเรื่องฝ้า กวนใจอย่างแน่นอน จ้า



รักษาฝ้าเร่งด่วน

ติดตามพูดคุยกันได้ ช่องทางนี้เด้อ  จ้า 

Facebook : facebook.com/Pradapazab

Email : incomephoto@gmail.com

Line : suvaphat9 

youtube:pradapazab

youtube: prada pa rewie


อย่าลืมเข้ามาเป็นเพื่อนกันเยอะๆ นะจ้า เพื่อนๆ ปราด้ารอทุกคนอยู่นะ


พายุ‘โมลาเบ’ จ่อเข้าไทย ทำฝนตกวงกว้างโดยเฉพาะอีสาน

  เตือนผู้อ่านทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ พายุ มาเเล้วครับ ภาคอีสาน  เขาว่าหนัก ผู้เขียนอยู่จังอุบลราชธานี  ลมเย็นๆ ไม่เเรงมากเท่าไหร่ ฝนตกเบาๆ...